พระพุทธบาทงามละออ  ผ้าทอหัตถกรรม  งามล้ำประเพณี  คุณค่าดีหอมกระเทียม  ยอดเยี่ยมลำไย  ถิ่นใหญ่ไทยยอง  แผ่นดินทองหริภุญชัย

 

      

 

            

                    

         การดื่มน้ำปัสสาวะรักษาโรค

  การดื่มปัสสาวะรักษาโรคอะไรได้บ้าง

                การดื่มปัสสาวะสามารถรักษาโรคร้ายที่หมอหมดปัญญาทุกโรคที่หมอกำลังหมดปัญญาความสามารถให้หายได้อย่าง
ปาฏิหาริย์โดยไม่ต้องเสียเวลายาวนานทั้งเงินทองก็ไม่ต้องเสีย        ตำรายานี้พระพุทธเจ้าประทานให้เมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว
พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนแนะให้สาวกเอาลูกสมอ ลูกมะขามป้อมมาดองกับน้ำปัสสาวะฉันแก้โรคต่างๆ  ทุกวันนี้ทางญี่ปุ่นเขาใช้ได้ผล
 และได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในญี่ปุ่นจากเหนือจรดใต้ ทุกวันนี้ที่ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน นิยมดื่มปัสสาวะกัน ในเมืองไทยชาวญี่ปุ่นเพิ่งนำมา
เผยแพร่ แต่การดื่มปัสสาวะบำบัดยังมีไม่มากนัก เหตุผลอาจเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนไทย แล้วยึดติดว่าปัสสาวะเป็นของเน่าเหม็น 
สกปรก เป็นของต่ำ
ที่ทุกคนได้รับการอบรมมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็มีคนที่เจ็บป่วยเรื้อรังมานานปีหาหมอจนเงินหมดโรคก็ไม่หาย
ไม่มีทางเลือกอื่นก็ต้องยอมหันมาลองพิสูจน์ พอประสบผลสำเร็จก็หันมาดื่มปัสสาวะกัน หมอที่คลินิก โรงพยาบาล ร้านขายยา 
อาจมีคนป่วยเข้าน้อยลงก็ได้

                วิทยาศาสตร์จะก้าวไกลไปเท่าใด ก็ยังตามหลังธรรมชาติ ความเข้าใจว่ายาเท่านั้นรักษาโรคได้ไม่แน่นอนเสียแล้ว
โรคร้ายแรงที่หมอหมดปัญญาที่จะรักษา คือให้รอความตายอย่างเดียว กลายเป็นความสมหวังอย่างมีอนาคตสดใส มีสุขภาพ
แข็งแรง ไม่แก่เกินวัย ผมหงอกเป็นผมดำ ผิวเหี่ยวกลายเป็นเต่งตึง  เตะปี๊ปไม่ดังกลายเป็นดังโดยไม่ต้องเสียเงิน แต่ได้ผลอย่าง
ไม่น่าเชื่อ ยาสิ่งนี้มีอยู่ในตัวเรานี้เอง แต่เราโง่กันไม่รู้จักนำมาใช้ แถมหาว่าสกปรกน่ารังเกียจ บางคนพูดสบประมาทว่าจ้างให้กิน
ก็ไม่เอา สิ่งนี้คือน้ำปัสสาวะ     ที่จริงปัสสาวะไม่ใช่ของเสียแต่เป็นเลือดที่เกิดจากการทานอาหารเข้าไปแล้วผ่านการ
ย่อยในกระเพาะลำไส้  กลายเป็นเลือดแล้วซาบซึมกลายเป็นปัสสาวะ ถูกขับถ่ายออกมาทางท่อปัสสาวะ ตำราจีน
ได้บันทึกไว้มานานเป็น  พันปีแล้ว น้ำปัสสาวะของเด็กเป็นยาอายุวัฒนะทานแล้วไม่แก่ มีกำลังแข็งแรงโรคภัย
ไม่เบียดเบียน
   คนตกจากที่สูงหรือมีอาการช้ำในให้ดื่มปัสสาวะตัวเองก็จะหายได้เขาว่าปัสสาวะเป็นยาวิเศษยอดเยี่ยมกว่ายา
ทั้งหลาย เพราะรักษาโรคได้ทุกโรค ถ้าต้องการให้เลือดมา เลือดหยุด เลือดมาก เลือดน้อย ให้เลือดหมุนเวียนดี เลือดสมบูรณ์ใช้
ปัสสาวะ ขนานเดียวแก้ได้หมด สรุปโรคที่หมอรักษาไม่หายควรรักษาด้วยการดื่มปัสสาวะตัวเอง โดยดื่มตอนตื่นนอน 1 แก้ว 
ก่อนนอน 1 แก้ว  
ถ้าคนที่ใจไม่ถึงให้ดื่มง่ายอาจหายาหอมแก้ลมมาใส่ผสมกับน้ำปัสสาวะครึ่งช้อนชากวนให้เข้ากันกลั้นใจดื่ม
อึดเดียว ให้หมดถ้วย ชาวจีนรักษาโรคตั้งแต่โบราณมามักเอาปัสสาวะมาเป็นกระษัยยา  คือเอามาผสมยาต้มดื่ม
เท่ากับ ได้สองแรง  แรงหนึ่งเป็นยา อีกแรงหนึ่งเป็นปัสสาวะทำให้หายเร็วขึ้นได้ผลไว
ส่วนในญี่ปุ่นนิยมดื่ม
ปัสสาวะสดๆ ส่วนคนไทยสอนให้เอามาดองกับมะขามป้อมและสมอรักษาโรคต่างๆ

                ประสบการณ์จากการดื่มปัสสาวะของบัวใต้น้ำที่ให้ผลแน่นอนทุกโรค มีเท่าใดให้ดื่มหมดพอตื่นขึ้นมามีการ
ระบายท้องอย่างดีเยี่ยมถ่ายออกมาหมดท้องเบาเนื้อตัวเบา อุจจาระออกมามีกลิ่นเหม็นมาก มีทั้งมูกทั้งฟอง นี่คือโรค
ทั้งหลายที่สะสมอยู่ในท้องถูกขับออกมา
ถ้ามีการระบายท้องมากเกิดการอ่อนเพลียให้ลดการดื่มฉี่ให้น้อยลงถ้าไม่เพลียก็
ไม่ต้องลดการดื่ม หลังดื่มหนึ่งอาทิตย์ใบหน้าจะผ่องใส สดชื่น เบิกบาน

   บางทัศนะและประสบการณ์จากแพทย์

                Dr.B.V. Khart. เป็นแพทย์อยู่ที่มุมไบ ซึ่งให้ความสนใจกับเรื่องปัสสาวะบำบัด ตอบคำถามหลายคำถามใน
healthlibrary.com ดังต่อไปนี้

   มีโรคอะไรบ้าง-มาได้ผลดีจากปัสสาวะบำบัด ?

                โรคหอบหืดและภูมิแพ้สนองตอบต่อปัสสาวะบำบัดค่อนข้างดีอาการท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งเป็นกันมากในคนสูงอายุก็ได้ผล
 และพวกบิดเรื้อรังจากเชื้ออะมีบา ซึ่งคนอินเดียมักจะเป็นเพราะการสุขาภิบาลยังไม่ค่อยดี

                โรคมะเร็งบางรายก็ได้ผล แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะใช้เพื่อการรักษามะเร็งได้ทุกราย ขึ้นกับระยะของโรคด้วย
สำหรับโรคทั่วๆไปอย่างโรคผิวหนัง โรคหวัด ไอเรื้อรัง หลอดลมอักเสบ ไข้จากการติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย จำนวนหนึ่ง
ปัสสาวะบำบัดได้ผลดีมากและได้ผลดีไม่น้อยในโรคสะเก็ดเงิน ผื่นแพ้ผิวหนัง ภูมิแพ้ ข้ออักเสบ เบาหวาน โรคอ้วน ปวดหลัง
ภาวะกรดมากในกระเพาะ ลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล โรคซึมเศร้า

   ช่วยเล่าประสบการณ์ของผู้ป่วยบางรายที่ได้ผลอย่างชัดเจนจากปัสสาวะบำบัด ?

                ถ้าผู้ป่วยเริ่มการบำบัดด้วยศรัทธา จะได้รับผลดีจากการรักษาทุกราย ผู้ป่วยรายแรกเป็นชายอายุ 40 ปี ป่วยเป็นหอบหืด
เขากินอาหารแบบธรรมชาติบำบัดร่วมด้วยผู้ป่วยรายนี้หายดีในเวลา 10 เดือน

                ผู้ป่วยรายที่สองเป็นชายป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน เขาเกือบจะฆ่าตัวตาย เขาเริ่มปัสสาวะบำบัด อาการเริ่มดีขึ้นใน 6 สัปดาห์
และหายดีในระยะเวลา 4 เดือน

                ผู้ป่วยรายที่สามเป็นหญิงอายุ 45 ปี ป่วยด้วยโรครูมาตอยด์ อาการมากขนาดที่เดินไม่ได้แม้จะใช้ยามาแล้วทุกขนานรวมทั้ง
สตีรอยด์ ซึ่งช่วยระงับอาการได้ 15-20
% เท่านั้น และผลข้างเคียงของยามีมากมาย จึงแนะนำให้ใช้สยมภู คือลดอาหารพร้อมดื่ม
ปัสสาวะ อาการของเธอดีขึ้นในวันที่ 9

                คัดลอกจากส่วนหนึ่งของข้อเสนอโครงการวิจัย เรื่องการศึกษาการใช้น้ำมูตรบำบัดในเครือข่ายชาวอโศกโดยกองการแพทย์
ทางเลือก    กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก     กระทรวงสาธารณสุข